ประกาศความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ปรับปรุงล่าสุด ณ วันที่ : 1 มกราคม 2567

เรียน ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ

บริษัท ออล ฟินเทค จำกัด ("บริษัทฯ" หรือ "เรา") เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อภายใต้ชื่อทางการค้า iHappyLoan ซึ่งให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับท่าน ("ข้อมูลส่วนบุคคล") ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พ.ร.บ.ฯ") ในการนี้ เราจึงจัดเตรียม และเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้แก่ท่าน เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการและการเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือการเปิดเผย ("การประมวลผล") ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของเรา

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามแต่สถานการณ์ และลักษณะของสินค้าและ/หรือบริการที่ท่านต้องการ บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลภายนอก เช่น พันธมิตรทางธุรกิจ ธนาคาร เว็บไซต์ หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ บริษัทติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์ เป็นต้น

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

ในกรณีที่ท่านจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัทฯ ท่านรับทราบและตกลงที่จะแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามโดยบริษัทฯ และท่านจะแจ้งเนื้อหาของประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวด้วย โดยท่านตกลง และยืนยันว่าท่านจะปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้พ.ร.บ.ฯ ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงความจำเป็นในการขอความยินยอมก่อนหรือขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามตามหนังสือให้ความยินยอมและเนื้อหาที่บริษัทฯ กำหนด

2. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัทฯ

บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็น และในกรณีที่บริษัทฯ มีฐานเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการเท่านั้น โดยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบริษัทฯ จะใช้ฐานทางกฎหมายฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานได้ดังต่อไปนี้

กรณี พ.ร.บ.ฯ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้ของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่พ.ร.บ.ฯ อนุญาตให้บริษัทฯ ทำเช่นนั้นได้

บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยฐานทางกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

สินค้า และบริการ

  • เพื่อจัดทำ และเข้าทำสัญญากู้ยืมเงินกับท่าน (รวมถึงสัญญา และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)
  • เพื่อยืนยันตัวตนของท่าน
  • เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯ
  • เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงพิจารณาวงเงินสินเชื่อและเงื่อนไขการชำระเงินของท่าน
  • เพื่อแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ และรายละเอียดสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง หากท่านได้รับการอนุมัติสินเชื่อ เช่น วงเงินสินเชื่อ ค่างวด วันกำหนดชำระ
  • เพื่อจัดทำสัญญากู้ยืมเงินกับท่าน หากท่านได้รับการอนุมัติสินเชื่อ และโอนเงินกู้ยืมให้แก่ท่าน
  • เพื่อจัดทำใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินให้แก่ท่าน
  • เพื่อรับ และบริหารจัดการการชำระเงินของท่าน ค่าใช้จ่าย และ/หรือดอกเบี้ยที่ครบกำหนด
  • บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวรวมอยู่ด้วย (เช่น ศาสนา เชื้อชาติ และการจดจำใบหน้า) เพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้
  • ฐานสัญญา
  • ฐานความยินยอม

การสนับสนุนลูกค้า

  • เพื่อลงทะเบียนท่านเป็นลูกค้า และเพื่อจัดเตรียมปรับปรุงฐานข้อมูล และข้อมูลช่องทางการติดต่อของท่าน
  • เพื่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับสินค้า และ/หรือบริการของบริษัทฯ
  • เพื่อรับแจ้งและตอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการของเราและเพื่อเยียวยาข้อร้องเรียนดังกล่าว
  • เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับท่านสำหรับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องและช่วยปรับปรุงความเสถียร
  • เพื่อติดต่อสื่อสาร ส่งหนังสือบอกกล่าว หรือเอกสารต่างๆ ให้แก่ท่าน
  • เพื่อปฏิบัติตามคำร้องขอตามสิทธิที่ท่านมีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ
  • เพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างท่าน หรือธุรกิจของท่าน กับบริษัทฯ
  • บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของท่าน ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวรวมอยู่ด้วย (เช่น ศาสนา เชื้อชาติ และการจดจำใบหน้า) เพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวมานี้
  • ฐานสัญญา
  • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
  • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
  • ฐานความยินยอม

การดำเนินและพัฒนาธุรกิจ

  • เพื่อระบุถึงประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้า และบริการที่มีอยู่
  • เพื่อวางแผนการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีอยู่
  • เพื่อพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของท่าน และพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ
  • เพื่อสำรวจความพึงพอใจของท่านเกี่ยวกับสินค้า และ/หรือ บริการของบริษัทฯ รวมถึงการทำการตลาดตามผลการสำรวจดังกล่าว
  • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
  • ฐานความยินยอม

การบริหารจัดการความปลอดภัย และความเสี่ยง

  • เพื่อบริหารความเสี่ยงของท่าน และของบริษัทฯ
  • เพื่อการตรวจสอบภายใน และจัดทำรายงาน
  • เพื่อสืบหา ตรวจสอบ รายงาน และเสาะหาแนวทางการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อจัดทำรายงานตามกฎหมาย ดำเนินคดี ใช้ หรือปกป้องสิทธิตามกฎหมาย และผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน/บริษัทฯ (รวมถึง การทวงหนี้ และ/หรือการดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการละเมิดสัญญา)
  • บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของท่าน ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวรวมอยู่ด้วย (เช่น ศาสนา เชื้อชาติ และการจดจำใบหน้า) เพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้
  • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
  • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
  • ฐานความยินยอม

บริษัทฯ จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หากบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบก่อนการประมวลผลนั้น ๆ

กรณีที่ท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ

ในกรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามพ.ร.บ.ฯ หรือภายใต้ข้อกำหนดในสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับท่านและท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ บริษัทฯ อาจไม่สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันที่บริษัทฯ มีต่อท่าน หรือเข้าทำสัญญากับท่านได้ ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ อาจปฏิเสธที่จะขายสินค้า และ/หรือให้บริการกับท่าน

3. บุคคลที่บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่นในกรณีที่จำเป็น และเมื่อบริษัทฯ มีเหตุผลอันสมควรที่จะประมวลผลเช่นนั้น รวมถึงในกรณีดังนี้

บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ข้างต้นให้กับบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้

การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกโอนไปยังต่างประเทศ และประมวลผลในต่างประเทศ รวมถึง สหราชอาณาจักร ในกรณีที่บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะตรวจสอบให้มั่นใจได้ว่า ประเทศดังกล่าว มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย

บริษัทฯ อาจต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัทฯ เพื่อปฏิบัติตาม ภาระผูกพันทางกฎหมาย ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ และ/หรือ เพื่อรักษาผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตาม กฎหมายของบางประเทศอาจกำหนดให้บริษัทฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภท เช่น เปิดเผยให้กับหน่วยงานจัดเก็บภาษี ในกรณีเช่นว่านั้น บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่มีสิทธิเห็น หรือเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น

4. ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่มีกับท่านได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทฯ ยังคงมีภาระผูกพันกับท่านตามสัญญา และเพิ่มเติมเป็นเวลาอีก 10 ปี ภายหลังจากที่ท่านไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัทฯ แล้ว เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมาย รักษาผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของบริษัทฯ และเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ

ในกรณีที่บริษัทฯ มีเหตุผลทางกฎหมาย หรือทางเทคนิค บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่า 10 ปี

ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาข้อมูลของท่านนานไปว่าที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่จำเป็นแล้ว บริษัทฯ จะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยการนำตัวระบุตัวตนออกจากชุดข้อมูลดังกล่าว ทำให้ข้อมูลที่คงเหลือไม่สามารถระบุตัวตนบุคคลใดได้

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (เช่น กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บไว้อย่างถาวรในฐานข้อมูลสำรองของบริษัทฯ ฯลฯ) บริษัทฯ จะทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยจะแยกออกจากการประมวลผลอื่นใดเพิ่มเติม และจะทำลาย ลบ หรือดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ทันทีที่บริษัทฯ สามารถทำเช่นนั้นได้

5. ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ ขอความร่วมมือจากท่านเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ มีความเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และถูกต้อง ทั้งนี้ โปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทฯ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ

บริษัทฯ จะขอให้ท่านปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบันเป็นครั้งคราว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ใช้ตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง และสมบูรณ์

6. สิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฯ

สิทธิของท่าน

สิทธิของท่านภายใต้ พ.ร.บ.ฯ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล มีดังต่อไปนี้

วิธีการใช้สิทธิของท่าน

ท่านอาจใช้สิทธิใด ๆ ของท่านได้ตลอดเวลาโดยการแจ้งบริษัทฯ ผ่านช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ ด้านล่าง โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจคิดค่าธรรมเนียมตามสมควรหากคำขอของท่านไม่มีมูล ซ้ำซ้อน หรือมีมากเกินความจำเป็น และบริษัทฯ อาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำขอของท่านในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต หรือตามคำสั่งศาล

กระบวนการของบริษัทฯ ตามคำขอของท่าน

เมื่อได้รับแจ้งจากท่าน บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องติดต่อท่านเพื่อกรอกแบบการขอใช้สิทธิ ก่อนเริ่มดำเนินการตามกระบวนการภายในของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่าน และรับรองสิทธิของท่านภายใต้พ.ร.บ.ฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความปลอดภัยที่จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจติดต่อท่านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำขอของท่าน เพื่อที่บริษัทฯ จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

บริษัทฯ จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอที่ชอบด้วยกฎหมายภายใน 30 วัน ในบางกรณี บริษัทฯ อาจใช้เวลามากกว่า 30 วันขึ้นอยู่กับความซับซ้อน หรือซ้ำซ้อนของคำขอของท่าน ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ ถึงสถานะคำขอของท่าน

การจัดการกับเรื่องร้องเรียน

ในกรณีที่ท่านต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรุณาติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ ด้านล่าง โดยบริษัทฯ จะพยายามตอบกลับ คำขอของท่านโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การร้องเรียนต่อบริษัทฯ ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของท่านในการร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ หรือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ข้อมูลถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง บริษัทฯ จะทบทวน และใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์กรทั้งทางกายภาพและทางเทคนิคที่ทันสมัยอยู่เสมอเมื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ ได้วางนโยบาย และมาตรการควบคุมภายในเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่สูญหาย ไม่ถูกทำลายโดยไม่ตั้งใจ ไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ไม่ถูกเปิดเผย และไม่ถูกเข้าถึงโดยบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทฯ โดยพนักงานของบริษัทฯ นั้นได้รับการอบรม และฝึกฝนให้จัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัยภายใต้นโยบายของบริษัทฯ ซึ่งหากพนักงานไม่ปฏิบัติตามที่ได้รับการอบรมฝึกฝนภายใต้นโยบายของบริษัทฯ ดังกล่าว พนักงานจะได้รับโทษทางวินัย

8. การทบทวนแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ ตรวจสอบ และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จึงอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดนั้น ท่านสามารถดูได้จากวันที่ข้างต้นของประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และท่านสามารถเข้าถึงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับล่าสุดของบริษัทฯ ได้เสมอที่แพลตฟอร์มของบริษัท

9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือต้องการใช้สิทธิใด ๆ โปรดติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางการติดต่อดังต่อไปนี้

6/10 อาคารพิพัฒนสิน ชั้นที่ 16 ซอยพัฒนสิน แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

อีเมลถึง aftoperation@ihappyloan.com