ประกาศความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
ปรับปรุงล่าสุด ณ วันที่ : 1 มกราคม 2567
เรียน ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ
บริษัท ออล ฟินเทค จำกัด ("บริษัทฯ" หรือ "เรา") เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อภายใต้ชื่อทางการค้า iHappyLoan ซึ่งให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับท่าน ("ข้อมูลส่วนบุคคล") ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พ.ร.บ.ฯ") ในการนี้ เราจึงจัดเตรียม และเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้แก่ท่าน เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการและการเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือการเปิดเผย ("การประมวลผล") ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของเรา
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้
-
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม
โดยข้อมูลดังกล่าวจะรวมถึงข้อมูลที่ท่านมอบให้แก่บริษัทฯ โดยตัวท่านเอง
หรือข้อมูลของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับท่าน ("ท่าน")
และข้อมูลที่บริษัทฯ รับทราบจากการที่ท่านเป็นลูกค้าของบริษัทฯ
- วิธีการซึ่งบริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลอื่นโดยบริษัทฯ
- ระยะเวลาที่บริษัทฯ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
-
ข้อมูลด้านสิทธิของท่านที่มีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อมูลการคุ้มครองท่านตามพ.ร.บ.ฯ
- ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- การทบทวนแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ
- ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม
บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามแต่สถานการณ์
และลักษณะของสินค้าและ/หรือบริการที่ท่านต้องการ บริษัทฯ
อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
รวมถึงแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้
-
เมื่อท่านสมัครใช้บริการของบริษัทฯ
หรือเมื่อท่านขอแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูลต่อบริษัทฯ
-
เมื่อท่านยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแก่บริษัทฯ (เช่น บัตรประชาชน ฯลฯ)
-
เมื่อท่านติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ (เช่น โทรศัพท์ อีเมล
สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ฯลฯ) ไม่ว่ากรณีใด ๆ เช่น
การสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ การแจ้งการชำระเงิน
-
เมื่อท่านกรอกข้อมูลในแบบสำรวจความเห็น
และ/หรือร้องเรียนเกี่ยวกับบริการของบริษัทฯ
-
เมื่อท่านลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปรากฏแก่สาธารณะอย่างชัดแจ้ง
รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านทาง สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ
จะเลือกเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่ท่านเลือกให้ปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น
และ/หรือ
-
เมื่อท่านขอรับบริการของเราผ่านทางบุคคลหรือบริษัทภายนอกที่บริษัทฯ
ใช้บริการ
ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลภายนอก
เช่น พันธมิตรทางธุรกิจ ธนาคาร เว็บไซต์ หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ
บริษัทติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์ เป็นต้น
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ
อาจเก็บรวบรวมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
-
รายละเอียดข้อมูลส่วนตัว: คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล
ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ หมายเลขบัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี สัญชาติ
รูปถ่ายที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชน บัญชีสื่อสังคมออนไลน์
ลายมือชื่อ รูปถ่าย ชื่อบิดามารดา สถานภาพสมรส
ชื่อคู่สมรสและข้อมูลอื่น ๆ ของคู่สมรส เช่น อาชีพ เพศ รายได้
หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อบุคคลอ้างอิง/บุคคลติดต่อฉุกเฉินและข้อมูลอื่น ๆ
ของบุคคลอ้างอิง/บุคคลติดต่อฉุกเฉิน เช่น ความสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์
เสียงการสนทนา และภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิด (CCTV)
-
ข้อมูลสำหรับการติดต่อ: ที่อยู่ ประเภทที่อยู่อาศัย
เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และสื่อสังคมออนไลน์ (เช่น LINE, Facebook,
Instagram ฯลฯ)
-
ข้อมูลทางการเงิน: ข้อมูลบัญชีธนาคาร
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร รายได้ รายการเดินบัญชี (Statement) ค่าใช้จ่าย
ภาระหนี้สิ้น ข้อมูลเครดิตบูโร
-
ข้อมูลการศึกษา: สถานศึกษา คณะหรือสาขาวิชา
วุฒิการศึกษา
-
ข้อมูลการจ้างงาน: อาชีพ ชื่อนายจ้าง ตำแหน่งงาน
อายุงาน เงินเดือน ประเภทการจ้างงาน เช่น งานชั่วคราว งานประจำ
หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาสลิปเงินเดือน
ในกรณีที่ท่านจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัทฯ
ท่านรับทราบและตกลงที่จะแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามโดยบริษัทฯ
และท่านจะแจ้งเนื้อหาของประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวด้วย
โดยท่านตกลง และยืนยันว่าท่านจะปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้พ.ร.บ.ฯ ทั้งหมด
ซึ่งรวมถึงความจำเป็นในการขอความยินยอมก่อนหรือขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามตามหนังสือให้ความยินยอมและเนื้อหาที่บริษัทฯ
กำหนด
2. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัทฯ
บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็น
และในกรณีที่บริษัทฯ มีฐานเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการเท่านั้น
โดยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบริษัทฯ
จะใช้ฐานทางกฎหมายฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานได้ดังต่อไปนี้
-
ฐานสัญญา เมื่อบริษัทฯ
จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อที่จะปฏิบัติตามสัญญาที่
บริษัทฯ มีกับท่าน หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนที่บริษัทฯ
จะเข้าทำสัญญากับท่าน
-
ฐานภาระผูกพันตามกฎหมาย เมื่อบริษัทฯ
มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
หรือภาระข้อผูกพันตามกฎหมาย
-
ฐานประโยชน์อันชอบธรรม เมื่อบริษัทฯ
ถือเป็นผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ
ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อ ให้เป็นไปตามที่พ.ร.บ.ฯ
กำหนด ตราบเท่าที่สิทธิและประโยชน์ของบริษัทฯ
ไม่เหนือไปกว่าสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน
-
ฐานความยินยอม - เมื่อท่านให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ
ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งที่ระบุไว้ในหนังสือให้ความยินยอมโดยเฉพาะ
กรณี พ.ร.บ.ฯ และกฎหมายอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องได้ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวอย่างเคร่งครัด
บริษัทฯ
จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้ของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
เว้นแต่พ.ร.บ.ฯ อนุญาตให้บริษัทฯ ทำเช่นนั้นได้
บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยอาศัยฐานทางกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
| วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล |
ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล |
สินค้า และบริการ
-
เพื่อจัดทำ และเข้าทำสัญญากู้ยืมเงินกับท่าน (รวมถึงสัญญา
และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)
- เพื่อยืนยันตัวตนของท่าน
- เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯ
-
เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
รวมถึงพิจารณาวงเงินสินเชื่อและเงื่อนไขการชำระเงินของท่าน
-
เพื่อแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ
และรายละเอียดสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง
หากท่านได้รับการอนุมัติสินเชื่อ เช่น วงเงินสินเชื่อ ค่างวด
วันกำหนดชำระ
-
เพื่อจัดทำสัญญากู้ยืมเงินกับท่าน
หากท่านได้รับการอนุมัติสินเชื่อ และโอนเงินกู้ยืมให้แก่ท่าน
- เพื่อจัดทำใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินให้แก่ท่าน
-
เพื่อรับ และบริหารจัดการการชำระเงินของท่าน ค่าใช้จ่าย
และ/หรือดอกเบี้ยที่ครบกำหนด
-
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน
ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวรวมอยู่ด้วย (เช่น
ศาสนา เชื้อชาติ และการจดจำใบหน้า) เพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้
|
|
การสนับสนุนลูกค้า
-
เพื่อลงทะเบียนท่านเป็นลูกค้า
และเพื่อจัดเตรียมปรับปรุงฐานข้อมูล
และข้อมูลช่องทางการติดต่อของท่าน
-
เพื่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับสินค้า และ/หรือบริการของบริษัทฯ
-
เพื่อรับแจ้งและตอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า
หรือบริการของเราและเพื่อเยียวยาข้อร้องเรียนดังกล่าว
-
เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับท่านสำหรับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องและช่วยปรับปรุงความเสถียร
-
เพื่อติดต่อสื่อสาร ส่งหนังสือบอกกล่าว หรือเอกสารต่างๆ
ให้แก่ท่าน
-
เพื่อปฏิบัติตามคำร้องขอตามสิทธิที่ท่านมีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ
-
เพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างท่าน หรือธุรกิจของท่าน
กับบริษัทฯ
-
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน
หรือหนังสือเดินทางของท่าน
ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวรวมอยู่ด้วย (เช่น
ศาสนา เชื้อชาติ และการจดจำใบหน้า)
เพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวมานี้
|
- ฐานสัญญา
- ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
- ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
- ฐานความยินยอม
|
การดำเนินและพัฒนาธุรกิจ
-
เพื่อระบุถึงประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้า
และบริการที่มีอยู่
- เพื่อวางแผนการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีอยู่
-
เพื่อพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของท่าน
และพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ
-
เพื่อสำรวจความพึงพอใจของท่านเกี่ยวกับสินค้า และ/หรือ
บริการของบริษัทฯ รวมถึงการทำการตลาดตามผลการสำรวจดังกล่าว
|
- ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
- ฐานความยินยอม
|
การบริหารจัดการความปลอดภัย และความเสี่ยง
- เพื่อบริหารความเสี่ยงของท่าน และของบริษัทฯ
- เพื่อการตรวจสอบภายใน และจัดทำรายงาน
-
เพื่อสืบหา ตรวจสอบ รายงาน
และเสาะหาแนวทางการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
-
เพื่อจัดทำรายงานตามกฎหมาย ดำเนินคดี ใช้
หรือปกป้องสิทธิตามกฎหมาย และผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน/บริษัทฯ
(รวมถึง การทวงหนี้
และ/หรือการดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการละเมิดสัญญา)
-
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน
หรือหนังสือเดินทางของท่าน
ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวรวมอยู่ด้วย (เช่น
ศาสนา เชื้อชาติ และการจดจำใบหน้า) เพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้
|
- ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
- ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
- ฐานความยินยอม
|
บริษัทฯ
จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
หากบริษัทฯ
มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด
บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบก่อนการประมวลผลนั้น ๆ
กรณีที่ท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ
ในกรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามพ.ร.บ.ฯ
หรือภายใต้ข้อกำหนดในสัญญาระหว่างบริษัทฯ
กับท่านและท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ บริษัทฯ
อาจไม่สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันที่บริษัทฯ มีต่อท่าน
หรือเข้าทำสัญญากับท่านได้ ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ
อาจปฏิเสธที่จะขายสินค้า และ/หรือให้บริการกับท่าน
3. บุคคลที่บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่นในกรณีที่จำเป็น
และเมื่อบริษัทฯ มีเหตุผลอันสมควรที่จะประมวลผลเช่นนั้น
รวมถึงในกรณีดังนี้
-
บริษัทฯ
มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตามสัญญาที่มีหรือจะมีในอนาคต
-
บริษัทฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายในการหักภาษี ณ ที่จ่าย การรายงานตามกฎหมาย
การดำเนินคดี การใช้หรือปกป้องสิทธิตามกฎหมาย หรือประโยชน์ของบริษัทฯ
ตามกฎหมาย
-
บริษัทฯ มีสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายในการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจ (เช่น
การบริหารความเสี่ยง การรายงานภายในองค์กร การยืนยันตัวตน
เพื่อให้บุคคลที่สามสามารถให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้
การประเมินความเหมาะสมของท่านต่อสินค้า และ/หรือ บริการ ฯลฯ) และ/หรือ
-
บริษัทฯ
ขอความยินยอมจากท่านเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น
และท่านได้ให้ความยินยอมในการดำเนินการนั้น
บริษัทฯ
อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ข้างต้นให้กับบุคคลอื่น
ซึ่งรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้
-
บริษัทในเครือ ผู้รับเหมาช่วง พันธมิตรทางธุรกิจ นายหน้า
บริษัทประกอบธุรกิจกฏหมาย บริษัทประกอบธุรกิจทวงถามหนี้
ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์ หรือผู้ให้บริการใด ๆ
ที่ดำเนินการหรือให้บริการกับบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือ ทั้งนี้รวมถึง
พนักงาน ผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการ กรรมการ
และเจ้าหน้าที่ของบุคคลดังกล่าว
-
บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือดำเนินการเรื่องบัญชีของท่าน สินค้า
หรือบริการในนามของท่าน เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ ฯลฯ
- คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน
-
สถาบันทางการเงิน ผู้ให้บริการรับชำระเงิน และผู้ให้บริการทางเงิน
-
บุคคล หรือบริษัทใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัท
การควบรวม หรือเข้าถือครองกิจการที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น
โดยรวมถึงการโอนสิทธิ หรือหน้าที่ใด ๆ ซึ่งบริษัทฯ
มีอยู่ภายใต้สัญญาระหว่าง บริษัทฯ และท่าน
-
หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รัฐบาล ศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท
หน่วยงานกำกับดูแล ผู้สอบบัญชี และบุคคลใด ๆ ซึ่งแต่งตั้ง
หรือร้องขอให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ
- บุคคลอื่นใดซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทใด ๆ กับบริษัทฯ
-
หน่วยงานป้องกันการทุจริตซึ่งใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสืบหา
และป้องกันการทุจริต และอาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ
และเพื่อยืนยันตัวตนของท่าน
-
บุคคลอื่น ๆ ที่บริษัทฯ
ได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว
การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกโอนไปยังต่างประเทศ และประมวลผลในต่างประเทศ
รวมถึง สหราชอาณาจักร ในกรณีที่บริษัทฯ
โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ
จะตรวจสอบให้มั่นใจได้ว่า ประเทศดังกล่าว
มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เหมาะสม
และการโอนข้อมูลดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย
บริษัทฯ
อาจต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน
และบริษัทฯ เพื่อปฏิบัติตาม ภาระผูกพันทางกฎหมาย ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ
และ/หรือ เพื่อรักษาผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม กฎหมายของบางประเทศอาจกำหนดให้บริษัทฯ
ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภท เช่น
เปิดเผยให้กับหน่วยงานจัดเก็บภาษี ในกรณีเช่นว่านั้น บริษัทฯ
จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่มีสิทธิเห็น
หรือเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น
4. ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ
จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
เพื่อให้บริษัทฯ
สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่มีกับท่านได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ
จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทฯ
ยังคงมีภาระผูกพันกับท่านตามสัญญา และเพิ่มเติมเป็นเวลาอีก 10 ปี
ภายหลังจากที่ท่านไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัทฯ แล้ว
เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมาย รักษาผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของบริษัทฯ
และเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ
ในกรณีที่บริษัทฯ มีเหตุผลทางกฎหมาย หรือทางเทคนิค บริษัทฯ
อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่า 10 ปี
ในกรณีที่บริษัทฯ
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาข้อมูลของท่านนานไปว่าที่กฎหมายกำหนด
หรือตามที่จำเป็นแล้ว บริษัทฯ จะทำลาย ลบ
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
โดยการนำตัวระบุตัวตนออกจากชุดข้อมูลดังกล่าว
ทำให้ข้อมูลที่คงเหลือไม่สามารถระบุตัวตนบุคคลใดได้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถทำลาย ลบ
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (เช่น
กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บไว้อย่างถาวรในฐานข้อมูลสำรองของบริษัทฯ
ฯลฯ) บริษัทฯ
จะทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
โดยจะแยกออกจากการประมวลผลอื่นใดเพิ่มเติม และจะทำลาย ลบ
หรือดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ทันทีที่บริษัทฯ
สามารถทำเช่นนั้นได้
5. ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ
ขอความร่วมมือจากท่านเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ
มีความเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และถูกต้อง ทั้งนี้ โปรดแจ้งให้บริษัทฯ
ทราบถึงกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทฯ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 9.
ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ
บริษัทฯ
จะขอให้ท่านปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบันเป็นครั้งคราว
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ
ใช้ตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง
และสมบูรณ์
6. สิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
และการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฯ
สิทธิของท่าน
สิทธิของท่านภายใต้ พ.ร.บ.ฯ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล มีดังต่อไปนี้
-
สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม:
ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่จะให้บริษัทฯ
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลาโดยการติดต่อบริษัทฯ
ผ่านช่องทางตามที่ระบุไว้ในข้อ 9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ ทั้งนี้
บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหากบริษัทฯ
มีฐานทางกฎหมายอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของท่าน
-
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล:
ท่านมีสิทธิในการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้บริษัทฯ
เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวม
-
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล:
ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สมบูรณ์
หรือไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์ ทั้งนี้
โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมในข้อ
5. ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล
-
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล:
ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะให้บริษัทฯ
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ
จะพิจารณาคำขอของท่านอย่างระมัดระวังตามข้อกำหนดกฎหมาย
-
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล:
ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเว้นแต่ในกรณีที่บริษัทฯ
มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
-
สิทธิในการห้ามมิให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล:
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ
ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการชั่วคราว
หรือเป็นการถาวร เช่น เมื่อท่านต้องการให้บริษัทฯ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
หรือเมื่อท่านร้องขอให้บริษัทฯ แจ้งวัตถุประสงค์
หรือฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
-
สิทธิในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล: ในบางกรณี
ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
หรือร้องขอให้บริษัทฯ ส่ง
หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สามได้ และ
-
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน:
ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึง
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านเห็นว่า บริษัทฯ
พนักงาน หรือผู้ให้บริการของบริษัทฯ ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฯ
หรือประกาศอื่น ๆ ที่ออกภายใต้พ.ร.บ.ฯ
วิธีการใช้สิทธิของท่าน
ท่านอาจใช้สิทธิใด ๆ ของท่านได้ตลอดเวลาโดยการแจ้งบริษัทฯ
ผ่านช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ
ด้านล่าง โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ
อาจคิดค่าธรรมเนียมตามสมควรหากคำขอของท่านไม่มีมูล ซ้ำซ้อน
หรือมีมากเกินความจำเป็น และบริษัทฯ
อาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำขอของท่านในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต
หรือตามคำสั่งศาล
กระบวนการของบริษัทฯ ตามคำขอของท่าน
เมื่อได้รับแจ้งจากท่าน บริษัทฯ
อาจมีความจำเป็นต้องติดต่อท่านเพื่อกรอกแบบการขอใช้สิทธิ
ก่อนเริ่มดำเนินการตามกระบวนการภายในของบริษัทฯ บริษัทฯ
อาจขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่าน
และรับรองสิทธิของท่านภายใต้พ.ร.บ.ฯ
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความปลอดภัยที่จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ
อาจติดต่อท่านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำขอของท่าน
เพื่อที่บริษัทฯ จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
บริษัทฯ
จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอที่ชอบด้วยกฎหมายภายใน
30 วัน ในบางกรณี บริษัทฯ อาจใช้เวลามากกว่า 30
วันขึ้นอยู่กับความซับซ้อน หรือซ้ำซ้อนของคำขอของท่าน ในกรณีดังกล่าว
บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ ถึงสถานะคำขอของท่าน
การจัดการกับเรื่องร้องเรียน
ในกรณีที่ท่านต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทฯ
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรุณาติดต่อบริษัทฯ
ผ่านช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 9. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ
ด้านล่าง โดยบริษัทฯ จะพยายามตอบกลับ คำขอของท่านโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้
การร้องเรียนต่อบริษัทฯ
ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของท่านในการร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ
หรือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อมูลถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ
จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง
บริษัทฯ จะทบทวน
และใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์กรทั้งทางกายภาพและทางเทคนิคที่ทันสมัยอยู่เสมอเมื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ ได้วางนโยบาย
และมาตรการควบคุมภายในเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่สูญหาย
ไม่ถูกทำลายโดยไม่ตั้งใจ ไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ไม่ถูกเปิดเผย
และไม่ถูกเข้าถึงโดยบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทฯ
โดยพนักงานของบริษัทฯ นั้นได้รับการอบรม
และฝึกฝนให้จัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัยภายใต้นโยบายของบริษัทฯ
ซึ่งหากพนักงานไม่ปฏิบัติตามที่ได้รับการอบรมฝึกฝนภายใต้นโยบายของบริษัทฯ
ดังกล่าว พนักงานจะได้รับโทษทางวินัย
8. การทบทวนแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทฯ ตรวจสอบ และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จึงอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดนั้น
ท่านสามารถดูได้จากวันที่ข้างต้นของประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
และท่านสามารถเข้าถึงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับล่าสุดของบริษัทฯ
ได้เสมอที่แพลตฟอร์มของบริษัท